Print

จากใจ บ.ก. ใกล้ตัว - ฉบับที่ ๓๕๔

dungtrin_editor_cover

dungtrin_new2

 

 

 

 

 

 

 

เพชรแท้เม็ดสุดท้าย

 

  editor354

 

อยากได้
คืออาการของจิตชนิดหนึ่ง
ที่พยายามเอื้อมไปคว้ามายึดไว้
ด้วยความสำคัญผิด
คิดว่าจะเอามาอยู่ติดตัวได้ตลอดไป

เกือบได้
คืออาการของจิตอีกชนิดหนึ่ง
ที่สำคัญผิดไปเกินครึ่งแล้วว่า
ต้องได้มาแน่ ยึดไว้ได้แน่
นั่นเป็นของของเราแน่

หลุดมือไปได้
คืออาการของจิตอีกชนิดหนึ่ง
ที่คว้าลมวืดอันว่างเปล่า
แล้วสำคัญผิดซ้ำเข้าไปอีกว่า
เราเสียของของเราไป
ของที่ควรได้ กลับขาดหายลอยลม
โลกของเราจะถล่ม
ฟ้าของเราจะทลาย

หนึ่งชีวิต
เราคิดว่ามีหลายสิ่งหลุดมือไป
จึงมีหลายครั้งที่ต้องตีอกชกหัว
ร้องแรกแหกกระเชอกับลมแล้งว่า
บ้าจริงๆ ทำไมถึงเสียสิ่งนั้นไป
เกือบจะได้อยู่แล้วแท้ๆ

หนึ่งชีวิต
ควรมีสักครั้งหนึ่ง
ที่เห็นว่าระหว่าง ‘ได้’ กับ ‘ไม่ได้’
คือวูบหนึ่งของอาการทางใจทั้งคู่
ไม่มีชั่วขณะแห่งอาการทางใจใด
คงอยู่คู่ชีวิตไปจนตายเลย

ของบางชิ้น
ตอนอยากได้ อุตส่าห์ไขว่คว้าแทบตาย
แต่พอได้มา กลับวางทิ้งไว้เฉยๆจนลืม
แล้วมันต่างกันอย่างไร
ระหว่างได้กับไม่ได้?

ของบางชิ้น
ตอนลดราคา คว้ามาทันก็ดีใจสุดชีวิต
รู้สึกว่าได้เปรียบใครต่อใครมหาศาล
แต่พอได้มา ก็ไม่ได้มีแก่ใจแปะป้ายไว้
ให้จำไปจนตายว่า ของนี้ได้มาถูกๆ
เดี๋ยวก็ลืมว่าซื้อมาเท่าไรแน่
แล้วมันมีดีอะไร
ถ้าตอนใกล้ตายนึกไม่ออกว่า
ชีวิตนี้ได้ของถูกมากี่ชิ้น
และจะเอาความโลภอยากได้ของถูก
ไปใช้ที่ความว่างเปล่าแห่งหนไหนอีกก็ไม่รู้

อะไรบางอย่าง
ถ้าผ่านมาเพื่อแสดงให้เห็นว่า
ไม่ได้เป็นของเรา
มาแค่หลอกให้ใกล้แด่วดิ้นเล่น
นึกว่าได้แล้วไม่ได้
นึกว่าของเราแล้วกลายเป็นของคนอื่น
ขอให้มองออกไป
เห็นอะไรนั้นเป็นฝุ่นทรายปลิวลมไร้ค่า
และขอให้มองเข้ามา
เห็นใจนี้ที่ว่างจากความสามารถยึดไว้
พลิกมุมมองนิดเดียว
ก็จะพบแก่นความจริง คือ ความว่างทางใจ
อาการของใจที่ ‘ไม่สามารถยึด’
หรืออาการที่ ‘เต็มใจจะไม่ยึด’ นั่นแหละ
เป็นความสุขอันใหญ่หลวง
เป็นความไม่ทุกข์อันน่าพิสมัย
เป็นความใกล้กับเพชรแท้เม็ดสุดท้าย

แต่ถ้าเห็นๆอยู่ว่า
หลุดลอยไปแล้ว
ไม่ใช่ของเราแล้ว
แล้วยังคงวนเวียนเสียดมเสียดาย
จิตออกอาการตีอกชกหัวอยู่ข้างใน
ก็ให้เร่งรู้ตัวว่า กำลังเสียเพชรของจริง
ทั้งที่เกือบจะได้มาอยู่แล้ว!

ดังตฤณ
มิถุนายน ๖๓

 

** ข่าวสารประจำฉบับ **

แนะนำคอลัมน์
 

คอลัมน์ "แสงส่องใจ" ได้อัญเชิญเทศนานิพนธ์
ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

เรื่อง "๔๕ พรรษาของพระพุทธเจ้า"
มานำเสนออย่างต่อเนื่อง เพื่อความเจริญในธรรมของทุกท่านค่ะ (-/
\-)

มีวิธีปฏิบัติอย่างไรให้สามารถปล่อยวางความพยาบาทที่มีต่อผู้อื่น
อยู่ห่างจากภัยเวรต่างๆ และมีจิตใจที่เป็นสุข
หาคำตอบได้ในคอลัมน์ "ดังตฤณวิสัชนา"
ตอน "ทำอย่างไรจึงจะเลิกอาฆาตต่อผู้ที่เคยทำร้ายเราได้"

แม้โทษของความโกรธจะมีมากมาย
แต่เราสามารถนำโทสะที่เกิดขึ้น มาใช้ในการเจริญสติได้
ดังเรื่องราวที่คุณงดงามบอกเล่าไว้
ในคอลัมน์ "เพื่อนธรรมจารี" ตอน "โทษของความโกรธ"

bear byeพบกันใหม่พฤหัสหน้า 
ที่ www.dlitemag.com นะคะ
สวัสดีค่ะ (^__^)