Print

จากใจ บ.ก. ใกล้ตัว - ฉบับที่ ๔๐๓

dungtrin_editor_cover

dungtrin_new2

 

 

 

 

 

 

 

 

สร้างโลกแห่งความรักความเกลียด

 

editor403

 

การอยู่ใกล้กันนานๆ

คือการสั่งสมหลายสิ่ง

ทั้งความรู้สึกสุขทุกข์

ทั้งความทรงจำดีร้าย

ทั้งบุญบาปที่ร่วมกันทำ ร่วมกันพูด

และทั้งบุญบาปที่แยกกันปรุงแต่ง

แยกกันคิดบวกคิดลบต่อกัน

ที่ดีๆถือว่าเป็นสายใย

ที่แย่ๆถือว่าเป็นแรงอัด

 

บางคนมีสายใยส่วนตัวดี

เจอหน้ากันแล้วพูดคุยดี

แต่ต้องทำงานแย่งหน้าแย่งตา

แข่งดีแข่งเด่นกัน

เลยเกิดการสะสมแรงอัดอยู่ในอก

ยิ่งมากยิ่งอึดอัด ยิ่งอึดอัดยิ่งนึกเกลียด

หรือร้อนรุ่มกลุ้มใจด้วยความอิจฉาริษยา

เต็มไปด้วยคำหยาบๆคายๆประจุแน่นในหัว

 

พอเดือนปีผ่านไป

ในที่สุดก็เกิดอาการอกแตก

ต้องระเบิดเป็นคำพูด

ถ้าไม่พุ่งตรงเข้ากระทบหูซึ่งๆหน้า

อย่างน้อยก็ขอตีวัวกระทบคราดเสียหน่อย

 

บางคนมีสายใยส่วนตัวเบาบาง

เจอหน้ากันแล้วงั้นๆ

แต่หน้าที่การงานเกื้อกูลกัน

ส่งเสริมกันและกันให้ได้ดี

มีหน้ามีตากว่าทำเองคนเดียว

การสะสมแรงอัดเลยไม่เกิด

 

ดังนั้นยิ่งนาน

สายใยเบาบางยิ่งเหนียวแน่นขึ้น

ยิ่งเจอหน้ายิ่งคุยดีขึ้นเรื่อยๆ

กลายเป็นคนสนิท ช่วยกันได้ทุกเรื่อง

นึกอาลัยรุนแรงเมื่อต้องพลัดพรากจากกัน

 

สังเกตความชอบความชัง

โดยความเป็นของสั่งสม

ไม่ใช่อะไรที่เกิดขึ้นเท่านั้นเท่านี้ในชั่วข้ามคืน

แล้วคุณจะอ่านออกบอกถูกว่า

ประมาทกับการสั่งสมความคิดเล็กคิดน้อยไม่ได้

ประมาทกับการพูดดีพูดร้ายใส่กันไม่ได้

ประมาทกับการทำบุญทำบาปร่วมกันไม่ได้

คุณกำลังสร้างโลก

แห่งความรักความเกลียดขึ้นมาทุกวัน

แล้วก็ต้องอยู่ในโลกแบบนั้นไปจนตายด้วย!

 

 

ดังตฤณ

พฤษภาคม ๖๕

** ข่าวสารประจำฉบับ **

แนะนำคอลัมน์             

คอลัมน์ "แสงส่องใจ" ได้อัญเชิญพระธรรมเทศนา
ใน สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร
มานำเสนออย่างต่อเนื่อง
เพื่อความเจริญในธรรมของทุกท่านค่ะ (-/
\-)

หากตอนที่นั่งสมาธิ แล้วสามารถสงบนิ่งได้เพียงครู่หนึ่ง
จากนั้นจิตก็เกิดความฟุ้งซ่าน คิดไปในเรื่องต่างๆ ตลอดเวลา
ควรพิจารณาอย่างไรจึงจะก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรม
ติดตามคำตอบได้ในคอลัมน์ "ดังตฤณวิสัชนา"
ตอน "ทำอย่างไรจิตจึงจะไม่วอกแวกในขณะนั่งสมาธิ"