Print

จากใจ บ.ก.ใกล้ตัว - ฉบับที่ ๓๐๓

dungtrin_editor_cover

dungtrin_new2

 

 

 

 

 

  

 

วิธีลดระดับความริษยา


editor303

 

ความริษยา

เหมือนแรงดันร้อนๆในอก

ร้อนจนอกจะระเบิด

หรือร้อนแค่คับอกคับใจ

หรือเย็นสนิทไม่อึดอัดอกเลย

ล้วนมีเหตุปัจจัย ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

 

เหตุที่ริษยา

แล้วออกอาการโป้งป้างอย่างน่าเกลียด

เพราะไม่พอใจในตนเองอย่างแรง

อยากได้แล้วไม่มีใครให้

แค้นโลก แค้นชะตา แค้นคนที่เหนือกว่า

เก็บกดจนถูกโทสะครอบงำ

ตาร้อนแล้วไม่อยากอดกลั้น

แถมอาจเจอเพื่อนร่วมแนว

มีพรรคพวกคอยให้ท้าย

ยุยงส่งเสริมให้เห็นเป็นความชอบธรรม

ที่จะตอบโต้กับความเหลื่อมล้ำด้วยความเผ็ดร้อน

ถ้ามีดีกว่ากูตำหูตำตา

ต้องเจอกันแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน

คนมีแนวโน้มแบบนี้ ยิ่งหมายสูงเท่าไร

นานไปยิ่งออกอาการอยาก กระชากมงกุฎ’,

เจาะยาง’, ‘เลื่อยขาเก้าอี้หรือ ชิงบัลลังก์

แบบไม่ปรานีปราศรัยหนักหน่วงขึ้นเท่านั้น

และสมัยนี้ก็ติดนิสัยตั้งกระทู้ด่าในโซเชียล

มีคนจำนวนหนึ่งเปิดฉากด่ากันแรงๆ

แบบไม่เกรงใจกันซึ่งๆหน้า

ทั้งที่ไม่เคยเป็นศัตรูกันมาก่อนเลย

 

เหตุที่ริษยา

แล้วเก็บอาการอยู่

เพราะมีความพอใจในตนเองอยู่บ้าง

จึงไม่อยากทำลายความน่าภูมิใจในตน

ด้วยการแสดงออกให้ใครรู้ใครเห็น

หรือกระทั่งยอมรับกับตนเองว่า

ต่ำต้อยจนต้องไปอิจฉาใคร

หรือต้องออกแรงเอื้อมไปให้ถึงเขา

แต่อย่างไรก็ตาม

ริษยาก็คือริษยา คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล

ถ้าไม่ตัดสินใจในทันทีว่า

จะเก็บความริษยาไว้

ด้วยการลอบชำเลืองเขาไปเรื่อยๆอย่างนี้

หรือจะหาทางล้างความริษยา

ด้วยความพอใจในตนเอง

ในที่สุดความริษยาก็บ่มตัวได้ที่

และมีสิทธิ์แปรรูป

เป็นการจ้องหาจังหวะประทุษร้ายแบบตาไม่กะพริบ

เพราะอารมณ์ริษยายิ่งบ่มตัวนานขึ้นเท่าไร

อาการแอบคิดไม่ดียิ่งกล้าแข็งขึ้นเท่านั้น

พูดง่ายๆว่า ริษยาเงียบ

อาจน่ากลัวกว่าริษยาแบบโป้งป้างโครมครามเสียอีก

 

เหตุที่ริษยาใครไม่เป็น

เพราะพอใจในตัวเองอยู่แล้ว

ไม่ได้อยากเป็นอะไรมากกว่าที่เป็นอยู่

เห็นความแตกต่างเป็นเรื่องลวงตา

ไม่ใช่สิ่งล่อใจพอจะแล่นตามใคร

ขี้เกียจไล่ล่าเอาความเป็นเขามาเป็นเรา

หรืออีกทีก็เข้าใจ เข้าถึงอย่างถ่องแท้ว่า

สัตว์โลกจำแนกโดยกรรม

มนุษย์ทั้งหลายแตกต่างกันโดยกรรม

ใครทำกรรมอย่างไรก็ได้อย่างนั้น

ถ้าอิจฉาใคร ก็คืออิจฉากรรมของเขา

ซึ่งบางอย่างเป็นกรรมเก่า

บางอย่างก็เป็นกรรมใหม่

อยากได้บางอย่างแบบเขา เช่น ทรัพย์สิน

พยายามทำชาตินี้อาจได้ผลชาตินี้

แต่อยากได้บางอย่างแบบเขา เช่น พ่อแม่

ต้องทำชาตินี้แล้วรอผลชาติหน้าท่าเดียว

 

วิธีที่จะลดระดับความริษยาได้จริง

คือ แปรแรงดันร้อนๆในอก

ให้กลายเป็นไฟทะยาน

อยากมีดีเฉพาะตน

ไม่ใช่ไล่ล่าอะไรดีๆให้เหมือนคนอื่น

และยิ่งไม่ใช่ทำลายอะไรดีๆในตัวผู้อื่น

ให้ต้องรู้สึกว่าตนมีเขี้ยวไว้ลอบกัด

ไม่เกินสิบปี

ส่วนใหญ่เจอทางเอาดีเฉพาะตนกันได้

 

หรือง่ายกว่านั้น ออกแรงน้อยกว่านั้น

วันเดียวมีสิทธิ์เห็นผล สามวันมีสิทธิ์คืบหน้า

คือ ไม่ต้องแปรอะไรในอกให้เป็นอื่น

แต่ให้รู้จนกว่าจะชัดกับใจว่า

แรงดันร้อนๆในอก ความร้อนผ่าวๆในตา

มันมีอายุได้กี่ลมหายใจ

ชนิดที่เบา แค่เคืองตา แค่กรุ่นอกกรุ่นใจ

นับได้สองสามลมหายใจก็เลือนหาย

ส่วนชนิดที่แรง แทงตา ทะลักอก

นับไม่เกินสิบลมหายใจ

ก็บางเบาบรรเทาลงเหมือนกัน

เห็นอารมณ์ริษยามันเลือนหายได้บ่อยๆ

รู้สึกถึงความไม่เที่ยง ไร้แก่นสารได้ทุกครั้ง

ในที่สุดครั้งที่ร้อย ครั้งที่พัน

จะแปรเป็นอารมณ์อยากขอบคุณ

ที่ใครบางคนช่วยให้ฝึกรู้จักธรรมะขั้นสูงได้

อารมณ์อยากขอบคุณนั่นแหละ

ที่ช่วยให้เต็มใจ พลอยยินดี

ไปกับสิ่งที่เขามี สิ่งที่เขาเป็นจริงๆ ไม่ได้แกล้ง!

 

ดังตฤณ

มิถุนายน ๖๑

** ข่าวสารประจำฉบับ **

แนะนำคอลัมน์             

คอลัมน์ "แสงส่องใจ" ได้อัญเชิญเทศนานิพนธ์
ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

เรื่อง "๔๕ พรรษาของพระพุทธเจ้า"
มานำเสนออย่างต่อเนื่อง เพื่อความเจริญในธรรมของทุกท่าน
ในฉบับนี้เป็นเรื่องราวของกรรมชนิดต่างๆ ค่ะ (-/
\-)

ทำอย่างไรจึงจะออกกำลังกายอย่างมีสติ
และรู้สึกสดชื่นหลังการออกกำลังกายทุกครั้ง
หาคำตอบได้ในคอลัมน์ "ดังตฤณวิสัชนา"
ตอน "จะฝึกเจริญสติในขณะออกกำลังกายได้อย่างไร"

ธัมมุทเทส ๔ เป็นธรรมที่ท่านพระรัฐปาละได้ฟัง
แล้วจึงออกจากเรือนเพื่อบวชเป็นบรรพชิต
รายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น
ติดตามได้จากเรื่องราวที่คุณงดงามเรียบเรียงไว้
ในคอลัมน์ "เพื่อนธรรมจารี" ตอน "ธัมมุทเทส ๔"

 

 

bear byeพบกันใหม่พฤหัสหน้า 
ที่ www.dlitemag.com นะคะ
สวัสดีค่ะ (^__^)