Print

จากใจ บ.ก. ใกล้ตัว - ฉบับที่ ๓๗๖

dungtrin_editor_cover

dungtrin_new2

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เข้าสมาธิ 

    editor376

 

ถ้าเข้าสมาธิไม่ได้

คุณจะไม่มีกำลังใจนั่งเอาเลย

ถ้าเข้าสมาธิได้ แต่ยาก หรือช้า

คุณจะลังเลว่าจะนั่งดีหรือไม่นั่งดี

 

แต่ตรงกันข้าม

หากเข้าสมาธิได้ดีและรวดเร็ว

คุณจะเห็นการนั่งสมาธิเป็นของหวาน

อยากเสพ อยากดื่มด่ำไปเรื่อยๆ

คุณจะพุ่งจิตเข้าใส่ทันทีที่มีโอกาส

ไม่ใช่รอให้ถึงเวลาเข้าสมาธิเป็นทางการเสียก่อน

แต่อาจใช้เวลาสั้นๆที่รอใครอยู่

เอามาเข้าสมาธิเล่นไปพลางๆ

อย่างนี้ภาษาธรรมคือมี ฉันทะ

ซึ่งหมายถึงความพอใจจะต่อยอดให้ยิ่งๆขึ้น

 

คนเข้าสมาธิได้เร็ว

ไม่ใช่เพราะไอคิวสูง

ไม่ใช่เพราะมีพรสวรรค์

ไม่ใช่เพราะได้อุบายลัดจากไหน

แต่เพราะรักษาจิตเก่ง

และจำนิมิตสมาธิที่เคยเกิดแล้วได้แม่น

ในระหว่างวันสามารถนึกออกทันที

ตลอดจนหน่วงไว้ในใจได้นาน

 

รักษาจิตเก่ง

ศูนย์กลางหลักที่สุด

คือ ไม่คล้อยตามอารมณ์เพ้อเจ้อ

พูดอะไรมีเป้าหมาย

พอพูดเข้าเป้าแล้วหยุด

แม้พูดเล่นพูดหัวเอาตลก

หัวเราะเสร็จก็ไม่พล่ามต่อให้จิตพล่าน

การพูดอย่างมีเป้าหมายแม่นๆ

จะส่งเสริมให้จิตมีกำลัง

รวมทั้งเห็นค่าของการรักษาศีล ๕ ให้สะอาด

เพื่อความผ่องแผ้วแห่งคุณภาพจิตด้วย

(การพูดเพ้อเจ้อ เป็นมุสาวาทอย่างหนึ่ง

ถ้าระงับได้ ก็มีกำลังรักษาศีลข้ออื่นง่ายขึ้น)

 

จำนิมิตแม่น

ก็เหมือนจำได้ว่า

หันหน้ามองหน้าต่างบานไหน

แล้วจะเห็นท้องฟ้ากว้างได้ทันที

พวกที่ฝึกอานาปานสติจะได้เปรียบกว่าเพื่อน

เนื่องจากจำลำดับที่แน่นอน

เพื่อเข้าถึงนิมิตเดิมได้ง่าย

เช่น จำว่า เริ่มด้วยการนั่งคอตั้งหลังตรง

สำรวจว่าเท้า มือ ใบหน้า เกร็งหรือคลาย

จากนั้นหายใจเข้าออกให้ทั่วท้อง

รู้สึกถึงซี่โครงที่บานออกแล้วยุบเข้า

เพียงเท่านี้ นิมิตสมาธิเดิมๆที่เคยเกิด

ก็จะเกิดอีก ยกจิตตั้งเป็นสมาธิได้อีก

กับทั้งต่อยอดเป็นการเจริญสติ

รู้นิมิตกายใจโดยความเป็นของไม่เที่ยง

ไม่ใช่ตัวเดิม ไม่ใช่ตัวใคร ได้สบายๆด้วย

 

พวกที่สมาธิยังไม่ตั้งมั่น

แล้วกระโดดไปทำแนวนั้นที แนวนี้บ้าง

แม้ฟลุกเกิดสมาธิ ก็จะจำนิมิตไม่ได้

เพราะจับฉ่ายจนเลอะเลือน

หรือแม้ทำอยู่แนวเดียว

แต่ไม่ใส่ใจจดจำนิมิตที่เกิดแล้ว

ก็ยากที่จะต่อติดใหม่

ดังนั้น หาลำดับเข้าถึงนิมิต

ที่แน่นอนให้ได้

จะเป็นนโยบายที่ดีที่สุด

สำหรับช่วงเริ่มตั้งไข่!

 

ดังตฤณ

เมษายน ๖๔

Print

ดังตฤณวิสัชนา ฉบับเปิดกรุ - ฉบับที่ ๓๗๖

dungtrin_cover

dungtrin_gru2a

 ดังตฤณวิสัชนา ฉบับเปิดกรุ ฉบับที่ ๓๗๖

เมษายน ๒๕๖๔ 

 

 

พระพุทธศาสนาสอนให้วางใจกับความสุขอย่างไร

ถาม – พระพุทธศาสนาสอนให้วางใจกับความสุขอย่างไรครับ
ทั้งความสุขจากครอบครัว คนรัก และทรัพย์สินเงินทอง

ตอบ - พระพุทธเจ้าเวลาที่จะสอนให้ดูความสุข
ตอนแรกท่านให้ดูความสุขจากการหายใจยาวเป็นก่อน

หายใจยาวมีความสุขอย่างนี้
แล้วเราดูว่าความสุขนี้เที่ยงหรือไม่เที่ยง

มันง่าย เพราะว่าเป็นความสุขจากอะไรที่เรารู้สึกว่าไม่ค่อยมีค่าเท่าไหร่
มันเป็นแค่ลมหายใจเข้าออกนะ
ถ้าเห็นได้ว่าหายใจเข้ายาวแล้วมีความสุข มีความสดชื่น
แล้วพอหายใจสั้นลง มีความสุขน้อยลง
อย่างนี้มันจะทำให้เริ่มที่จะมีเบสิก (
basic) ที่จะเห็นความสุขไม่เที่ยง
แล้วก็ไม่แคร์ที่จะเห็นความสุขนั้นแตกดับหรือว่าหายไป

แต่พอเราได้มีความชำนาญนั้นแล้ว จะพบความจริงอย่างหนึ่งว่า
แม้ความสุขที่มันใหญ่กว่านั้น ที่มันดูมีค่ามากกว่านั้น
อย่างเช่น ความสุขจากครอบครัว หรือว่าความสุขจากคนรัก จากทรัพย์สินเงินทอง
เราย้อนเข้ามาดูข้างใน โอ้! มันมีความสุขน้อยเสียกว่าที่ตอนเราทำสมาธิ
แล้วก็หายใจยาวๆ ได้มีความต่อเนื่องเสียอีก
ขนาดความสุขจากลมหายใจยาวเรายังไม่แคร์
ความสุขที่มันเกิดขึ้นที่มันน้อยกว่านั้น มีระดับที่เล็กกว่านั้น เราจะไปแคร์ทำไม

เราก็สามารถที่จะเห็นว่ามันแปรไปเรื่อยๆ ตามเหตุปัจจัยได้เช่นกัน
เหมือนกับอย่างตอนที่เราหายใจยาว แล้วเรามีความสุขสดชื่นมาก
พอหายใจสั้นลง ความสุขมันก็ลดระดับลง เราไม่แคร์ใช่ไหม
เหมือนกัน ความสุขจากครอบครัว วันหนึ่งทุกคนดี เราเกิดความสุขเต็มเปี่ยม
แต่อีกวันหนึ่งทุกคนไม่ดี เราไปให้ค่ามันถึงมีความทุกข์นะ
เราก็แค่รับรู้ไปตามจริงว่าวันที่คนเขาไม่ค่อยดีกับเราเท่าไหร่
ความสุขของเราน้อยลง

ตรงนี้เนี่ยมันก็กลายเป็นการเห็นว่าความสุขไม่เที่ยง
เห็นเป็นธรรมดาว่าความสุขไม่เที่ยงตามเหตุปัจจัย

เอาจากลมหายใจให้ได้ก่อน
แล้วเสร็จแล้วไปพิจารณาความสุขแบบอื่น ความทุกข์แบบอื่นเนี่ย มันจะง่ายเลย

** ข่าวสารประจำฉบับ **

แนะนำคอลัมน์             

คอลัมน์ "แสงส่องใจ" ได้อัญเชิญพระธรรมเทศนา
ใน สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

มานำเสนออย่างต่อเนื่อง
เพื่อความเจริญในธรรมของทุกท่านค่ะ (-/
\-)